หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของอีเมล โดยเฉพาะเวลาสมัครสมาชิกเว็บไซต์ต่าง ๆ มีเคล็ดลับเก่าแก่ของ Gmail ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก นั่นคือการใช้ เครื่องหมาย "+" (plus addressing)
มันทำงานยังไง?
สมมติอีเมลของคุณคือ myname@gmail.com เวลาสมัครงานสัมมนา ให้คุณใช้ myname+seminar@gmail.com แทน
อีเมลทั้งหมดจะยังคงเข้ามาที่กล่องจดหมายเดิม แต่มีการ "ติดแท็ก" ชื่อเว็บไซต์ไว้ที่ส่วนท้ายของที่อยู่
ประโยชน์ด้านความเป็นส่วนตัว: รู้ว่าใคร "แชร์" อีเมลของคุณ
นี่คือจุดเด่นที่สุด สมมติว่าคุณสมัครงานสัมมนาที่ใช้ myname+seminar@gmail.com แล้วต่อมาคุณกลับไปเจออีเมลขยะ (spam) ที่ส่งมาหาที่อยู่นี้โดยตรง
นั่นหมายความว่า ทางงานสัมมนานั้น (หรือพันธมิตร) ได้นำอีเมลของคุณไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออาจเกิดการรั่วไหลของข้อมูลจากฝั่งนั้น คุณจะรู้ทันทีว่าใครเป็นต้นตอ
ข้อควรรู้: เคล็ดลับนี้ไม่ใช่ "เกราะป้องกัน"
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการใช้ + จะทำให้อีเมลส่วนตัวปลอดภัยขึ้น แต่ความจริงแล้ว:
- ❌ ไม่สามารถซ่อนตัวตนที่แท้จริงได้ – ทุกคนที่ได้รับอีเมลนี้จะเห็นที่อยู่จริงของคุณ (
myname@gmail.com) อยู่ดี เพราะระบบสามารถตัดส่วนหลังเครื่องหมาย + ออกได้ง่าย ๆ - ❌ บริษัทข้อมูล (Data Brokers) สามารถลบแท็กได้ – บริษัทที่เก็บรวบรวมข้อมูลมักจะลบเครื่องหมาย "+" เพื่อให้ได้อีเมลจริงของคุณ
- ❌ บางเว็บไซต์ไม่อนุญาต – เว็บไซต์เก่า ๆ หรือระบบธนาคารบางแห่งอาจปฏิเสธอีเมลที่มีเครื่องหมาย +
แต่สิ่งที่คุณจะได้จากเทคนิคนี้ก็คือ คุณจะทราบว่า "ใคร" เป็นคนนำข้อมูลของคุณไปแชร์ให้คนอื่น
สรุป
การใช้ username+ชื่อเว็บไซต์@gmail.com เป็นเครื่องมือที่ ดีในการสืบหาที่มา ของอีเมลขยะและจัดระเบียบเบื้องต้น แต่ถ้าต้องการปกป้องความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง คุณอาจต้องพิจารณาใช้บริการอีเมลแบบ "Alias" ที่สามารถปิดการใช้งานได้เมื่อถูกโจมตี
เรายังสามารถใช้ Filter ใน Gmail เพื่อทำการจัดระเบียบเมลที่ส่งเข้ามา โดยการให้ Gmail กำหนด Label ที่เหมาะสมสำหรับแท็กต่างๆ หรือจะให้ทำการลบเมลที่มีแท็กนั้นให้โดยอัตโนมัติก็ยังได้
Image: Pexels.com